Wednesday, December 21, 2016

อย่างกับในหนัง กัปตันนำเครื่องลงกลางหิมะขั้วโลกเหนือ 39 ชีวิตรอดปาฏิหาริย์




         สุดระทึก เครื่องบินรัสเซียดิ่งลงกลางลานหิมะในขั้วโลกเหนือ ตัวเครื่องหัก 3 ท่อน แต่ 39 ชีวิตบนเครื่องรอดตายปาฏิหาริย์ ยกกัปตันให้เป็นฮีโร่  

          เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยเรื่องราวชวนอึ้ง ระบุว่า อันเดรย์ ล็อกวินอฟ กัฟตันชาวรัสเซีย จากเมืองเยคาเตรินบุร์ก วัย 44 ปี ถูกยกย่องให้เป็นฮีโร่ หลังจากนำเครื่องบินที่กำลังเผชิญปัญหาเครื่องยนต์ขัดข้องจวนจะตก ลงจอดได้อย่างเหลือเชื่อในสภาพอากาศที่เลวร้ายและไม่น่าเป็นไปได้ สามารถช่วยชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องทั้งหมด 39 ชีวิตไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

  
           จากรายงานระบุว่า กัปตันอันเดรย์นำเครื่องลงจอดที่บริเวณลานหิมะในขั้วโลกเหนือ ซึ่งห่างจากที่หมายในเขตทิคซี ของรัสเซีย เพียงแค่ 30 ไมล์ (ราว 48 กิโลเมตร) กระทั่งเจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินเข้ามาช่วยเหลืออพยพผู้โดยสาร 32 รายและลูกเรืออีก 7 ราย ไปยังโรงพยาบาล มีอยู่ 32 คนที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลตลอดทั้งคืน โดยในกลุ่มนี้มีผู้ที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤติอยู่ถึง 16 รายด้วยกัน

  
         จากรายงานระบุว่า กัปตันอันเดรย์เชื่อในประสบการณ์และสัญชาตญาณ จึงตัดสินใจนำเครื่องลงจอดที่บริเวณดังกล่าว รวมทั้งจัดการหลีกเลี่ยงไม่ให้เครื่องเกิดการระเบิดด้วย โดยหลังจากเครื่องลงจอด ตัวเครื่องบินลำดังกล่าวหักเป็น 3 ท่อน อีกทั้งปีกทั้ง 2 ข้างก็หักออก ทว่าสามารถเลี่ยงโศกนาฎกรรมได้ราวกับปาฏิหาริย์

          สำหรับเครื่องบินดังกล่าวเป็นเครื่องบินเก่าสมัยยุคโซเวียต มีอายุมากกว่า 51 ปี ส่วนสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ขัดข้องจนกัปตันต้องนำเครื่องจอดฉุกเฉินอย่างกระทันหันเช่นนี้ ยังไม่ระบุแน่ชัด ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการนำกล่องดำไปตรวจวิเคราะห์

ภาพจาก vk.com, yakutia.com
http://hilight.kapook.com/view/146814

Monday, December 19, 2016

ช่างภาพเปิดโปรเจคภาพถ่ายสุดเจ๋งระหว่าง "หมายักษ์ - เจ้าหนูน้อย" ที่เห็นแล้วอบอุ่นหัวใจมากๆ




สุนัขและเด็ก เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่เข้าขากันสุดๆ หรือเรียกได้ว่าเป็นความน่ารักแบบทวีคูณเลยก็ว่าได้ วันนี้เราจึงขอนำเสนอภาพถ่ายที่มีชื่อว่า "Little Kids and Their Big Dogs" จากฝีมือของช่างภาพมืออาชีพอย่าง Andy Seliverstoff ซึ่งเขาได้รวบรวมภาพชุดน่ารักๆระหว่าง "หมายักษ์ - เจ้าหนูน้อย" ได้อย่างลงตัวสุดๆ เห็นแล้วถึงกับอมยิ้มเลยทีเดียว จะเป็นยังไงต้องลองไปดูกัน



































โพสท์โดย: SpiderMeaw
http://board.postjung.com/1004673.html

Friday, December 16, 2016

ชายไร้บ้านสุดเศร้า ทางการสั่งทำรั้วปิดช่องเล็ก ๆ ข้างทาง ที่เป็นเหมือนบ้านทั้งหลังของเขา




         ชายไร้บ้านสุดเศร้า ทางการสั่งทำรั้วกั้นปิดอุโมงค์เล็ก ๆ ข้างทาง ที่เป็นเหมือนบ้านทั้งหลังของเขา ใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝนมานาน ต้องพเนจรไปหาที่ใหม่

          เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2559 เว็บไซต์เมโทร เผยรายงานว่า เจ้าหน้าที่เขตสโตว์ ฮิลล์ ในเมืองนิวพอร์ต เซาท์เวลส์ ได้ทำการนำรั้วมาปิดกั้นอุโมงค์ข้างทางแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชายไร้บ้านชื่อว่า ทัฟฟี่ ใช้อุโมงค์แห่งนี้เป็นที่หลับนอน โดยให้เหตุผลว่า เป็นอันตรายกับคนไร้บ้านเองที่มาอาศัยอยู่ที่นี้ เพราะอาจตกมาอยู่ตรงถนนที่เป็นเส้นทางจราจรได้

  
            อย่างไรก็ดี เลย์ชา ดาวิสัน วัย 23 ปี ซึ่งมีอาชีพทำงานเพื่อการกุศล ได้ออกมาโต้แย้งว่า จากที่เธอทำงานคอยแจกอาหารให้กับชายไร้บ้านในเมืองมา เธอเห็นว่าชายไร้บ้านที่ชื่อว่าทัฟฟี่รายนี้ อยู่ที่อุโมงค์นั่นอย่างปลอดภัยดี

            ทว่าหลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ชายไร้บ้านรายนี้มาพบว่าที่นอนของเขาถูกรั้วกั้น เธอเห็นเขาก็นั่งเสียใจอยู่ที่บริเวณนั้น โดยไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป อีกทั้งข้าวของเครื่องนอนที่มีอยู่ไม่กี่ชิ้นก็ยังติดอยู่ภายในอุโมงค์นั้น เห็นแล้วรู้สึกสงสารจับใจ

          นอกจากนี้ เลย์ชายังได้เผยว่า มีอีกหนึ่งเหตุผลที่ทางการระบุคือ ตรงนั้นเป็นที่วางท่อระบายน้ำ แต่ในฐานะที่เธอเคยเป็นคนไร้บ้านมาก่อน เธอบอกว่า เธอก็เคยอยู่ตรงอุโมงค์นั้น ไม่เคยเห็นว่าจะมีท่อระบายน้ำใด ๆ มาจนถึงตอนนี้ รวมทั้งอันตรายใด ๆ ก็ยังไม่เคยเจอมาก่อน

ภาพจาก South Wales Argus, Google
http://hilight.kapook.com/view/146617

Tuesday, November 29, 2016

สุดสงสาร แมวน้อยถูกพ่อค้าจับโกนขน อ้างเป็นพันธุ์สฟิงซ์-หลอกขาย 2.5 หมื่น



        สาวช็อก ซื้อลูกแมวไร้ขนมาเพราะคิดว่าเป็นแมวพันธุ์สฟิงซ์ ก่อนพบเป็นแมวที่ถูกจับโกนขน เอามาหลอกขายในราคาสูง ชี้ลูกแมวมักจะร้องด้วยความเจ็บปวด

       เป็นเหตุน่าเศร้าสำหรับคนรักสัตว์อย่างยิ่ง เมื่อได้พบลูกแมวน้อยที่ต้องเผชิญชะตากรรมสุดโหดร้าย ถูกพ่อค้าเจ้าเล่ห์จับโกนขนออกทั้งตัวจนเห็นผิวหนัง นำไปหลอกขายให้ผู้ซื้อคิดว่าเป็นแมวพันธุ์สฟิงซ์ แมวไร้ขนที่มีราคาแพง


        โดยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 เว็บไซต์บอร์แพนด้า  รายงานว่า โจแอนน์ ดิก ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐแอลเบอร์ตา แคนาดา กลายมาเป็นหนึ่งในคนที่ถูกพ่อค้าเจ้าเล่ห์หลอกขายลูกแมว โดยเธอได้ซื้อลูกแมวไร้ขนตัวหนึ่งมาในราคา 700 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 25,000 บาท เพราะคิดว่ามันเป็นแมวสฟิงซ์ แต่แล้วเธอก็พบว่ามันมีพฤติกรรมต่างไปจากแมวสฟิงซ์ตัวอื่น ๆ ของเธอ พวกมันเข้ากันไม่ได้ ลูกแมวตัวนี้มักจะส่งเสียงร้อง และเพียงอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเธอก็ต้องช็อกเมื่อเห็นขนแมวที่ขึ้นมา เป็นหลักฐานชัดเจนเลยว่าลูกแมวตัวนี้ไม่ใช่พันธุ์สฟิงซ์ ดังที่คนขายกล่าวอ้าง 
       "ฉันคิดว่ามันร้องหาแม่ของมัน แต่แท้จริงแล้วมันร้องเพราะความเจ็บปวด" โจแอนน์ กล่าว
 ทั้งนี้หลังจากที่พบว่าเจ้าแมวตัวนี้เข้ากับแมวตัวอื่น ๆ ของเธอไม่ได้ เธอจึงตัดสินใจขายมันให้กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และยังคงติดต่อพูดคุยเรื่องเกี่ยวกับลูกแมวตัวนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่อมาเธอก็ได้รับข้อมูลที่ทำให้ตกใจขึ้นอีก เมื่อหญิงคนที่ซื้อแมวต่อจากเธอนำลูกแมวไปหาสัตวแพทย์ ทำให้ได้รับคำยืนยันว่าบนผิวหนังของมันมีบาดแผลและการอักเสบจากการใช้มีดโกนขน หรือใช้ครีมกำจัดขน ซึ่งนับเป็นการทารุณสัตว์ 


 อย่างไรก็ตามนับว่าโชคยังดีที่สัตวแพทย์ช่วยรักษามันจนปลอดภัยแล้ว และมันก็จะใช้ชีวิตอยู่กับเจ้าของคนใหม่อย่างมีความสุขต่อไป 

ภาพจาก boredpanda.com 
http://pet.kapook.com/view161673.html

Monday, November 28, 2016

ภรรยาสุดเศร้า วอนแพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจสามี ปล่อยเขาจากไปอย่างสงบ



            ภรรยาสาวตัดสินใจ ยินยอมให้แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจออกจากสามีที่สมองตายเป็นเจ้าชายนิทรา เผย ต้องการปล่อยให้เขาจากไปอย่างไม่ทรมาน

            ลินด์เซย์ บริกส์ คุณแม่ลูกหนึ่งวัย 40 ปี ภรรยาของตำรวจหนุ่มที่มีอาการสมองตาย นอนโคมาอยู่ในโรงพยาบาล ได้ทำการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต โดยจากการรายงานของเว็บไซต์มิเรอร์ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 เผยว่า ลินด์เซย์ทำในสิ่งที่เธอคิดว่าดีที่สุดสำหรับพอล บริกส์ ผู้เป็นสามี โดยการขอให้แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจ ปล่อยให้เขาจากไปแบบไม่ต้องทรมานอีก 



            สำหรับ พอล บริกส์ วัย 43 ปี ชาวเมืองวีร์รัล ประเทศอังกฤษ เป็นทหารผ่านศึกที่เปลี่ยนสายงานมาเป็นตำรวจ พอลประสบอุบัติเหตุอันไม่คาดฝันเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2558 ในวันนั้นพอลกำลังปฏิบัติหน้าที่โดยขี่มอเตอร์ไซค์ตรวจตราท้องถนน แต่รถคันหนึ่งแล่นข้ามเลนพุ่งมาชนพอลอย่างจัง จากอุบัติเหตุในครั้งนั้นทำให้พอลได้รับบาดเจ็บสาหัส อวัยวะภายในช้ำ กระดูกสันหลังหัก อีกทั้งยังมีเลือดออกในสมอง และถึงแม้ว่าจะรอดชีวิต แต่เขากลับต้องอยู่ในสภาวะผัก


            ด้วยอาการอาการสมองตาย ทำให้พอลไม่สามารถขยับร่างกายได้และไม่รู้สึกตัวอีกต่อไป เขานอนอย่างไร้ความรู้สึกในโรงพยาบาลและมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น การที่พอลอยู่ในสภาวะโคมาเช่นนี้นำมาซึ่งความโศกเศร้าและเจ็บปวดแก่ทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะลินด์เซย์ ผู้เป็นภรรยาและหนูน้อยเอลล่า ลูกสาวตัวน้อยวัยเพียง 5 ขวบ 



            ลินด์เซย์คอยดูแลสามีอย่างใกล้ชิดมาตลอดเวลา 17 เดือนที่เขาอยู่ในโคมา เธอเจ็บปวดที่เห็นเขาต้องทนทรมานด้วยอาการเช่นนี้ พอลไม่มีทางรักษาหาย และต้องนอนอยู่ในโรงพยาบาลต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ลินด์เซย์จึงตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการไม่ปล่อยให้สามีต้องทนทุกข์ เธอจะให้แพทย์ถอดเครื่องช่วยหายใจของพอลและปล่อยให้เขาจากไปอย่างสงบ 
ถึงแม้ว่าทีมแพทย์จะไม่เห็นด้วย อีกทั้งการรักษาในขณะนี้จะสามารถยื้อชีวิตพอลต่อไปได้อีก 9 ปี แต่ลินด์เซย์ก็ยังคงยืนยันที่จะทำตามคำเดิม อย่างไรก็ตาม ลินด์เซย์ก็ไม่สามารถทำเรื่องนี้ได้โดยง่าย เนื่องจากว่าพอลไม่ได้มีคำสั่งเสียทิ้งเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร การตัดสินใจว่าจะรักษาชีวิตเขาไว้หรือปล่อยให้เขาจากไปอย่างสงบจึงต้องตัดสินกันในชั้นศาล 

            ทนายผู้ดูแลคดีของพอลกล่าวว่า นับตั้งแต่พอลประสบอุบัติเหตุ ลินด์เซย์ต้องลำบากอย่างมากทั้งกายและใจ เธอรักพอลและต้องการให้เขาได้ในสิ่งที่ดีที่สุด คือปล่อยให้เขาจากไป ถึงแม้ว่ามันจะยากมากก็ตาม

             "สำหรับการต่อสู้ในชั้นศาล ทีมกฎหมายทุกคนจะช่วยเหลือลินด์เซย์ และพวกเราทุกคนเคารพการตัดสินใจของเธอในครั้งนี้" ทนาย ผู้ดูแลคดีของพอล กล่าว 

            สำหรับการตัดสินในชั้นศาลนั้นเริ่มต้นขึ้นแล้วโดยจะใช้เวลาทั้งหมด 4 วันจึงจะทราบผล และไม่ว่าสุดท้ายการตัดสินจะเป็นอย่างไร สุดท้ายแล้วคนที่จะเจ็บปวดที่สุดก็คือลินด์เซย์ แต่เธอก็จะต้องหนักแน่นและพาครอบครัวเดินหน้าข้ามผ่านความโศกเศร้าในครั้งนี้ต่อไปให้ได้ 

ภาพจาก paulbriggs.org
http://hilight.kapook.com/view/145812

Sunday, November 27, 2016

เพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์ !!! ลูกช้าง กับ นกกระจอกเทศ มิตรภาพต่างไซส์ ที่ไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ

เครดิตจาก : https://www.thedodo.com/nairobi-elephant-orphanage-ostrich-2028895500.html

เจ้า Jotto ลูกช้าววัย 1 เดือน ตกลงไปในบ่อน้ำพลัดหลงกับฝูงอยู่กลางป่า องค์กรช่วยเหลือสัตว์ David Sheldrick Wildlife Trust (DSWT) ช่วยดึงเจ้า Jotto ขึ้นมา พามันกลับไปดูแลที่ศูนย์ ทำให้มันได้รู้จักกับ Pea นกกระจอกเทศตัวหนึ่งจนทำให้พวกมันกลายเป็นเพื่อนซี้ต่างไซส์ไปโดยปริยาย

เครดิตจาก : https://www.thedodo.com/nairobi-elephant-orphanage-ostrich-2028895500.html

เครดิตจาก : https://www.thedodo.com/nairobi-elephant-orphanage-ostrich-2028895500.html

เครดิตจาก : https://www.thedodo.com/nairobi-elephant-orphanage-ostrich-2028895500.html

เครดิตจาก : https://www.thedodo.com/nairobi-elephant-orphanage-ostrich-2028895500.html


โพสต์โดย coffees เมื่อ 26 พ.ย. 59 21:35:43
เครดิตจาก : https://www.thedodo.com/nairobi-elephant-orphanage-ostrich-2028895500.html
http://world.kapook.com/pin/58399dbf4d265ae9918b4567