Wednesday, August 31, 2016

สลดหนัก แก๊งจีนลวง 2 สาวป่วยจิตไปฆ่า เพื่อเอาศพไปขายเป็น "เจ้าสาวผี"




              จีนจับ 3 คนร้าย ลวง 2 หญิงป่วยจิตไปฆ่า เอาศพขายให้ลูกค้าใช้เป็นเจ้าสาวผี จับแต่งงานกับชายผู้ล่วงลับ เพื่อให้ครอบครัวไม่โดนสาป

              วันที่ 29 สิงหาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์  เปิดเผยรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนจับกุมตัวชาย 3 ราย ฐานเกี่ยวข้องการฆาตกรรมหญิง 2 ศพ เพื่อนำไปขายเป็นเจ้าสาวผี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อชาย 2 ราย คือ นายหม่า และ นายอัน อ้างตัวเป็นคนทำอาชีพหาคู่ ตกปากรับคำหญิง 2 รายซึ่งมีอาการป่วยทางจิตว่าจะหาเจ้าบ่าวให้กับเธอ จากนั้นลวงเธอออกจากบ้าน ลอบฉีดยาระงับประสาทขนานแรงใส่จนหญิงทั้ง 2 เสียชีวิต

  
              จากนั้นชายทั้งสองได้จ้างนายหยาง ขนศพหญิงทั้ง 2 ไปเมืองหยูหลิน ในมณฑลส่านซี และนำไปขายเป็นเจ้าสาวผี ในราคา 35,000 หยวน (ประมาณ 175,000 บาท) แต่สุดท้ายก็ถูกจับกุม

              จนล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาแก่คนร้าย 3 ราย คือ ข้อหาลักพาตัว ค้ามนุษย์ และฆาตกรรม แก่นายหม่า, ข้อหาลักพาตัวและค้ามนุษย์ แก่นายอัน และข้อหาสมรู้ร่วมคิด แก่นายหยาง ซึ่งทั้งนี้ยังได้ตรวจสอบพบว่า ทั้งสามรายไม่ได้เพิ่งก่อเหตุลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรก

              สำหรับการซื้อ-ขายเจ้าสาวผีนั้น สืบเนื่องมาจากความเชื่อการจัดงานวิวาห์ศพ ซึ่งแม้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ยังคงแอบมีการปฏิบัติกันอยู่ในพื้นที่มณฑลส่านซีและมณฑลใกล้เคียง โดยชาวบ้านมีความเชื่อว่า หากผู้ชายในบ้านตายลงโดยยังไม่ได้แต่งงานวิญญาณจะไม่มีความสุข จะยังคำสาปความอับโชคมาสู่ครอบครัว จึงแก้เคล็ดโดยจัดหาศพผู้หญิงมาจัดงานแต่งด้วย โดยมักขุดร่างหญิงที่ถูกฝังไปแล้วขึ้นมาประกอบพิธี แต่สำหรับศพที่สดใหม่ที่หาได้จากตลาดมืด จะสามารถขายได้สูงสุดถึงศพละ 100,000 หยวน (ประมาณ 500,000 บาท) เลยทีเดียว

              ด้วยความเชื่อดังกล่าวที่ยังคงแอบมีการปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เกิดธุรกิจมืดขึ้นมาลับ ๆ คือ การแอบขุดศพจากหลุมไปขาย ตลอดจนกรณีฆาตกรรมดังเช่นกรณีนี้

ภาพจาก The House That Never Dies, lady.163.com
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
http://hilight.kapook.com/view/141564

Tuesday, August 30, 2016

เกือบไม่รอด นักเดินเรือติดเกาะร้างร่วมสัปดาห์ ตามหาพบเพราะสัญญาณ SOS




         2 คู่รักนักเดินเรือชาวอเมริกันวัยร่วม 50 ปี ติดเกาะร้างกลางทะเลอยู่นานกว่า 7 วัน รอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์ เพราะสัญญาณ SOS บนผืนทราย

         เว็บไซต์เดลี่เมล เปิดเผยรายงานเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2559 ว่า เครื่องบินของหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางทะเลของสหรัฐฯ (US Navy) ได้พบตัว ลีนุสและซาบิน่า แจ็ก คู่สามีภรรยานักเดินเรือ ที่บริเวณเกาะฟายูตะวันออก ในหมู่เกาะแปซิฟิก เขตประเทศไมโครนีเซีย หลังจากได้รับแจ้งว่าทั้งสองหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ไม่ปรากฏตัวยังจุดหมายปลายทางตามที่วางแผนไว้ จึงเร่งเข้าทำการช่วยเหลือนำตัวขึ้นฝั่งมาได้สำเร็จ ก่อนจะนำตัวส่งกลับไปหาครอบครัวอย่างปลอดภัย


             จากรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังจำนวนมาก ได้แก่ เรือ 14 ลำ เครื่องบิน 2 ลำพร้อมลูกเรือ และเรือลาดตระเวนอีก 1 ลำ ออกค้นหา 2 นักเดินเรืออย่างสุดความสามารถ โดยระหว่างระดมกำลังค้นหา ทีม US Navy ได้พบแสงสว่างจากไฟฉายส่องขึ้นมาใกล้กับจุดดังกล่าว จึงกระชับพื้นที่การค้นหาให้แคบลง จนกระทั่งพบสัญญาณขอความช่วยเหลือ SOS ที่เขียนไว้บนผืนทราย และในที่สุดก็พบตัว 2 นักเดินเรือที่หายตัวไป รวมระยะเวลาปฏิบัติการค้นหาเป็นเวลาทั้งสิ้น 7 วัน ทั่วพื้นที่ประมาณกว่า 43,000 ตารางกิโลเมตร

  
               โดยลีนุสและซาบิน่า ทั้งคู่อายุประมาณ 50 ปี ได้นำเรือขนาด 5.4 เมตร ออกเดินทางจากเกาะเวโน ในเขตรัฐชุก ประเทศไมโครนีเซีย เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยทั้งคู่คาดว่าจะไปถึงจุดหมายยังเกาะทามาทามในวันถัดไป จึงพกเสบียงไปในปริมาณไม่มาก และไม่มีอุปกรณ์ฉุกเฉินมีเพียงไฟฉายกระบอกเดียวเท่านั้น ก่อนจะหายตัวไปและนำไปสู่การช่วยเหลือได้ในที่สุด 



http://hilight.kapook.com/view/141506

Sunday, August 28, 2016

2 สหายแคนาดาช็อก พบโตมากับครอบครัวอีกฝ่ายร่วม 41 ปี เหตุรพ. ชุ่ยสลับตัว




          ชายชาวแคนาดา 2 ราย ร่ำไห้ เพิ่งค้นพบว่าครอบครัวที่แท้จริงคือพ่อแม่อีกฝ่าย หลังเป็นเพื่อนกันมานาน 41 ปี เหตุโรงพยาบาลชุ่ยสลับตั้งแต่เป็นทารก พบเป็นเคสที่ 2 ที่เกิดขึ้นภายในปีเดียวกัน

          เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2559 เว็บไซต์ cbcnews รายงานข่าวกรณีโรงพยาบาลชุ่ยสลับตัวทารกส่งผิดครอบครัว โดยทารกผู้ถูกสลับตัวในวันนั้น เติบโตขึ้นมาเป็นเพื่อนกัน ก่อนจะได้มารู้ความจริงสุดช็อกเมื่อผ่านไปแล้วถึง 41 ปี


          ลีออน สวอนสัน และ เดวิด เทต จูเนียร์ ต่างเป็นชาวพื้นถิ่นเดิมของแคนาดาที่อาศัยในชุมชนมานิโตบา เฟิร์ต เนชั่น พื้นที่ชนบทของในรัฐมานิโตบา ห่างตอนเหนือของเมืองวินนิเพกไปราว 460 กิโลเมตร ทั้งคู่เกิดห่างกันเพียง 3 วัน ที่โรงพยาบาลนอร์เวย์ เฮาส์ อินเดีย ในปี 1975 โรงพยาบาลรัฐเพียงแห่งเดียวในละแวกนั้น

          สวอนสัน และเทตต่างรู้จักเป็นเพื่อนกัน เช่นเดียวกับครอบครัวของพวกเขา ต่างครอบครัวต่างมีความสงสัยในตัวลูกชายตนเอง เพราะเติบโตขึ้นมาไม่เหมือนพ่อแม่เลย ทว่ากลับมีความคล้ายคลึงกับครอบครัวอีกฝ่ายมากกว่า

          กระทั่งเมื่อ เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา มีข่าวแดงออกมาว่า ชาย 2 คน คือ ลูค โมเนียส และ นอร์แมน บาร์ค ที่ต่างเกิดที่โรงพยาบาลแห่งนี้ในปี 1975 เช่นกัน ก็เป็นทารกที่ถูกสลับตัวและถูกเลี้ยงดูขึ้นมาโดยครอบครัวอีกฝ่าย กรณีนี้ทำให้ครอบครัววสวอนสันและเทตตัดสินใจตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ และได้บพความจริงสุดช็อก ว่าทั้งคู่เติบโตมาสลับครอบครัวกันจริง ๆ

          เทต เผยทั้งน้ำตานองหน้าว่า เหมือนเวลา 40 ปีมันสูญหายไป เขารู้สึกผิดหวัง สับสน และโกรธมาก อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายตัดสินใจว่าจากนี้พวกเขาจะรวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ โดยหวังว่ามันจะช่วยเยียวยาความรู้สึกมาได้บ้าง  

          เรื่องสลับตัวทา รกของสวอนสันและเทต ซึ่งกลายเป็นเคสที่ 2 ที่เกิดขึ้นภายในปีเดียวจากโรงพยาบาลเดียวกัน ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงระบบการจัดการที่ไม่ได้คุณภาพของโรงพยาบาลที่ให้ บริการชาวพื้นเมือง ซึ่งทั้งนี้ ชาวพื้นถิ่นเดิมของแคนาดามีอยู่ราว 1.4 ล้านคน หรือคิดเป็นสัดส่วน 4.3% ของประชากรทั้งประเทศ และมักเป็นกลุ่มตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม การใช้ความรุนแรง ตลอดจนด้อยโอกาสทางเศรษกิจและบริการทางสังคมด้วย

ภาพจาก kickerdaily, ทวิตเตอร์ @EricRobinsonMB
http://hilight.kapook.com/view/141473

Friday, August 26, 2016

สะเทือนใจ ชายคนนี้ต้องเดินแบกศพเมียกลับบ้าน 10 กม. เพราะไม่มีเงินจ้างรถ




          ความจนทำให้ชีวิตไม่มีสิทธิ์เลือก ชายอินเดียจำต้องแบกร่างไร้วิญญาณของเมียขึ้นบ่า เดินเท้าตากแดดไปตามถนนเพื่อนำศพกลับไปประกอบพิธีที่บ้าน เหตุขัดสนไร้เงินจ้างรถพยาบาล

          เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เผย คลิปสะเทือนหัวใจจากอินเดีย นายฎนา มาจี ชายยากจนที่เพิ่งสูญเสียคู่ทุกข์คู่ยากไปอย่างไม่มีวันกลับต้องแบกร่างเมีย ขึ้นบ่า เดินเท้าไกลนับสิบกิโลเมตร ข้างกายเขาคือลูกสาววัย 12 ปี ที่เดินหอบหิ้วถุงใส่ของพลางร่ำไห้มาตลอดทาง สองพ่อลูกพาร่างไร้วิญญาณของเมียรักกลับแบบตามมีตามเกิดเพื่อไปประกอบพิธีศพ ที่บ้านในนครบูบันเนสชวาร์ รัฐโอริสสา หลังจากเธอเสียชีวิตลงจากวัณโรค ที่โรงพยาบาลในเมืองกาลาฮันดี ที่ห่างจากบ้านไป 70 กิโลเมตร

  
              ตัวนายมาจีนั้นไม่มีเงินที่จะจ่ายเป็นค่ารถพยาบาลให้พาร่างเมียกลับมาส่งถึงบ้านได้ แม้จะอ้อนวอนทางโรงพยาบาลเท่าไรก็ไม่เป็นผล ตัวเขาเองนั้นก็ไม่มีพาหนะใด ๆ สุดท้ายด้วยความจนจึงหมดหนทาง ทำให้เขาต้องเอาร่างของเมียรักห่อใส่ผ้าหลาย ๆ ชั้น แล้วแบกศพเดินตากแดดเพื่อกลับบ้านแบบนี้

  
               อย่างไรก็ดี โชคดีที่เรื่องดังกล่าวไปเข้าถึงหูของ ส.ส. ของรัฐท่านหนึ่งได้อย่างฉับไวทันท่วงที ท่านจึงสั่งข้าราชการภาคท้องถิ่นตรวจสอบ จนในที่สุดได้มีการประสานงานนำรถพยาบาลออกไปรับนายกามาจีและลูกสาว ได้ทันขณะพวกเขาเดินเท้าไปราว 10 กิโลเมตรแล้ว โดยได้พาทั้งคู่และศพของภรรยาผู้ล่วงลับเดินทางต่ออีก 60 กิโลเมตร ไปส่งจนถึงบ้าน

http://hilight.kapook.com/view/141371

Tuesday, August 23, 2016

แผนสูงอะไรอย่างนี้ สาวแอ๊บเป็นคนท้อง ซ่อนแตงโมไปกินในโรงหนัง




              แผนการเธอลึกล้ำไม่เหมือนใครจริง ๆ ค่ะคุณตำรวจ คิดได้ยังไง แอ๊บเป็นคนท้อง ซ่อนแตงโมเข้าไปกินในโรงหนัง

              เหตุผลของการซ่อนอาหารแปลก ๆ เข้าไปกินในโรงหนังมีอยู่ไม่กี่อย่าง นอกจากเรื่องราคาของกินหน้าโรงหนังนั้นแสนแพง ก็คือของที่อยากกินดันไม่มีขาย เลยต้องแอบพกเข้าไปกินเอง แต่เกิดมายังไม่เคยพบเคยเห็นใครหาญกล้าถึงขนาดซ่อนแตงโมเข้าไปกินในโรงหนัง กันเป็นลูก ๆ แบบนี้ ! เว็บไซต์เมโทร เขารายงานมาเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2559

              แม่สาวพริสซิลล่าโพสต์ภาพทางทวิตเตอร์ อวดภาพแตงโมลูกใหญ่ ๆ ผ่าครึ่งซีก เอาเข้าไปใช้ช้อนตักกินในโรงหนังอย่างสุขสำราญ โดยเบื้องหลังภาพนี้ ก็คือภาพหมู่คุณแม่วัยใส อุ้มท้องโย้ชักภาพหมู่เป็นเกียรติกันหน้าโรงหนัง แหม... ลูกสาวหรือลูกชายกันล่ะคะนี่

  
           หลังทวีตภาพออกไปก็มีคนแห่รีทวีตกันอีกเรือนหมื่น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะซูฮกในไอเดียเหนือเมฆของสาว ๆ หรืออยากจะว่ากล่าวตักเตือนพวกเธอกันแน่ แต่สุดท้ายโลกก็ช่างกล๊มกลม เมื่อมีหนุ่มผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งมาโพสต์ตอบ พร้อมแปะภาพซากแตงโมถูกตักกินแหว่งไปวางทิ้งไว้บนเก้าอี้โรงหนัง งานนี้จะเป็นใครที่ไหนได้ล่ะ หนุ่มรายนี้เป็นพนักงานประจำโรงหนังที่สุดซวยต้องมาเก็บซากแตงโมนี่ไปทิ้งนั่นเอง 



              โถ เจอลูกค้าแบบนี้ นับว่าดวงไม่ดีจริง ๆ พ่อคุณ ^^"



http://hilight.kapook.com/view/141192